มวยพักยก แทงมวยออนไลน์ ฝาก ถอน รวดเร็ว บริการตลอด 24 ชั่วโมง

(9.3/10) ” The End Is Here ” [ Avengers: Infinity War ]

เกริ่นก่อนว่าผมและเพื่อนๆได้มีโอกาสได้ดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายแล้วนั่นก็คือวันที่ 25 เมษาที่ผ่านมานั่นแหละ ซึ่งที่มารีวิวช้าก็ไม่ใช่อะไร มันพูดไม่ถูก และรีวิวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ซึ่งกว่าจะได้มีโอกาสมารีวิวก็ได้ดูไป 2 รอบแล้วสำหรับ Infinity War นี้ และก็ว่าจะไปซ้ำอีกรอบเร็วๆนี้ซะหน่อย เพราะรู้สึกมันคันซะเหลือเกิน55555 บอกก่อนเลยว่ารีวิวแบบระมัดระวังสุดๆ ผมจะพยายามไม่สปอย และหากมีสปอยจริงๆก็จะซ่อนสปอยไว้ให้ครับ เพราะผมค่อนข้างแคร์ การสปอยมากๆเลยแหละ เพราะผมเชื่อว่า ความรู้สึกแรกของการดูหนังสำคัญเสมอ และครั้งแรก มันมีครั้งเดียว จึงอยากให้ชมกันให้สนุกโดยไม่รู้อะไรมาก่อนจะแจ่มเว่อเลย5555 เพราะตอนที่ผมไปดูรอบแรกเนี่ย ผมดูรอบ 4 ทุ่มครึ่งของวันที่ 25 ซึ่งผมระวังสปอยมากๆ พอเดินเข้าห้องน้ำที ได้ยินเสียงนิดหน่อย ผมนี่อุดหูเลย 5555 ยิ่งตอนเข้าไปเข้าห้องน้ำในโรงนี่อุดหูสุดฤทธิ์ + ตอนผู้ชมที่เพิ่งดูจบและเดินออกจากโรงผมนี่ก้มหน้าอุดหูเดินผ่านเลย 55555 ก็ไม่บ่นอะไรมากละ มาเริ่มรีวิวกันดีกว่า

————————————————————————————

สิ่งน่ารู้จากหนัง

=นี่เป็นหนังภาพยนตร์ที่ใช้หนังถึง 18 เรื่อง ในระยะเวลา 10 ปีเพื่อปูเข้าสู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ดูให้ครบ! หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆก็แนะนำให้หาอ่านสรุป ต่างๆที่หลายๆกระทู้เคยทำไว้บ้างแล้ว เพื่อที่จะอินกับตัวหนังมากขึ้น

=เป็นหนังที่คนทั่วโลกรอคอยมากที่สุดในปี 2018 นี้เลย

=จริงอยู่ที่ทุกอย่างมาถึงตรงนี้ที่เหมือนจะเป็นบทสรุป แต่เปล่าเลย บทสรุปที่แท้จริงคือ Avengers 4 ในปี 2019 ต่างหาก แต่ที Infinity War หลายๆคนเรียกว่าเป็นบทสรุป คงจะกล่าวได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของบทสรุปของมหากาพย์ 10 ปีที่ปูมาซะมากกว่า ซึ่งในตอรแรกนั้น Avengers จะแบ่งเป็น 2 Part ซะแล้ว แต่แล้วก็ได้มีการแบ่งเป็นคนละภาค ใช้ชื่อคนละภาคไปเลย

=เป็นหนังที่มียอดการจองตั๋วล่วงหน้าเยอะมากที่สุดใน MCU เยอะขนาดที่ว่า ยอดจองของหนัง 7 เรื่องของ MCU นั้นยังไม่เท่ากับยอดจอง Infinity War เรื่องเดียวเลยด้วยซ้ำ

————————————————————————————

————————————————————————————

สิ่งที่ชอบสำหรับ Infinity War

+ การดำเนินเรื่องฉับไวกว่าทุกๆเรื่องของ Marvel ซึ่งเป็นเหมือนดาบสองคม แต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับชอบเพราะหากใครที่ติดตาม Marvel อยู่แล้วก็จะเข้าใจอยู่แล้ว และการดำเนินเรื่องแบบฉับไวแต่หนักแน่นนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นฉากอะไรต่างๆมากมายมากขึ้น

+ การแบ่งบทตัวละครที่ต้องยอมรับเลย ว่า ทำได้โคตรดี โคตรเยี่ยมไปเลย คือต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวละครใน Infinity War เนี่ยเยอะมหาเยอะเลยแหละ ถ้าเอาตัวหลักๆใน Poster ก็ประมาณ 20 กว่าตัว ยังไม่รวมตัวอื่นๆที่ไม่อยู่ใน Poster อีก ไหนจะตัวละครลับ ตัวร้าย สมุนต่างๆอีก ต้องบอกได้เลยว่าหนาแน่นแบบเบียดจนอึดอัด จนผมกังวลตั้งแต่ก่อนหนังฉายแล้วว่า จะไหวไหมนะจุดนี้ กลัวจะเป็นจุดอ่อนของหนังจังเลย แต่พอมาดูถึงกับต้องเปลี่ยนความคิด เพราะทำได้ยอดเยี่ยมมาก เราไม่รู้สึกเลยว่าตัวละครไหนดูดรอป ตัวละครไหนดูไม่โดดเด่น ทุกตัวละครโดดเด่นหมดเลย คืออาจจะไม่ได้เยอะ บทพูดเยอะมาก หรือออกเยอะมาก แต่มันเกลี่ยๆเฉลี่ยๆได้โอเค บางตัวละครออกน้อยหน่อย แต่ออกน้อยในแต่ละฉากนั้น การแสดง บทพูด ต่อยหนักทั้งนั้น คือน่าจดจำมากๆในแต่ละฉาก ต้องยอมรับจริงๆว่าในจุดๆนี้ Infinity War ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆจริงๆ

+เคมี ความสัมพันธ์ตัวละครต่างๆในเรื่องที่โคตรลงตัว อย่างที่รู้กันว่า หลายๆตัวละครนั้นพบเจอกันเป็นครั้งแรกในหนังเรื่องนี้ และมันเป็นครั้งแรกที่โคตรลงตัว คือแบบใครนิสัยแบบไหนก็ยังแบบนั้น แล้วมันเข้ากันมาก คือลงตัวอะ หลายๆอย่างมันดีมาก เป็นอะไรที่ฝันว่าอยากจะเห็นตัวละครนี้เจอตัวละครนู้นอะไรทำนองนี้ แล้วแบบในที่สุดมันก็เป็นจริงอะ แล้วมันดีมาก ฟินสุดในสามโลก5555

+ ความแปลกใหม่! กับ เรื่องของอารมณ์ ความลึก ความคม ของมิติตัวละคร ตัวร้าย ที่ดูแล้วแบบเห้ย นี่ Marvel จริงดิ ทำไมทำได้มีมิติแบบนี้ อีกทั้งยังมีความ Dark  ความหม่นแบบคาดไม่ถึงทั้งโทนภาพ บทพูด เนื้อเรื่องต่างๆ จนต้องขอยืมคำพูดของ Deadpool “โคตรดาร์ค แน่ใจนะว่าไม่ได้มาจาก DC Universe!??” 5555

+ คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ซึ่งน่าจะเป็นหนัง Marvel เรื่องแรกที่ ทำให้ผมคาดเดาอะไรไม่ได้เลยจากหนัง ตั้งแต่ช่วงแรกๆ จนถึงช่วงท้ายที่อุทานมาหลายรอบมาก ว่า WTF เห้ย อ้าว อะไรยังงี้ตลอดเลย ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่า Marvel ทำให้เราคาดเดาอะไรไม่ได้เลย เก็บความลับ ความน่าสนใจต่างๆได้เก่งมาก

+ มิติของตัวร้ายที่น่าจะมีมิติที่สุดแล้วใน MCU นั่นก็คือ Thanos ซึ่งแม้เราจะได้รู้จักเขามาบ้างแล้วประปรายในหนังแต่ละเรื่องของ MCU แต่ๆพอมาในเรื่องนี้ ต้องยอมรับเลยว่า นี่สินะตัวร้ายของ Marvel ที่สุดยอดที่สุด ที่ใช้เวลาปูมาถึง 10 ปี นี่สินะ ตัวร้ายของ Marvel ที่ทุกคนรอคอย คือแบบมันสุดยอดมากๆในทุกๆด้าน ทั้งความโหด ดิบ ความแข็งแกร่ง โทน มิติตัวละครที่ยอมเลยว่าทำได้ดีและเราเข้าใจเหตุผล เข้าใจตัวเขามากๆ จนแทบจะอยากเปลี่ยนชื่อหนังภาคนี้เลยเป็นชื่อ Thanos : Infinity War 55555

————————————————————————————

สิ่งที่ไม่ชอบหรืออาจจะขัดใจเล็กๆน้อยๆ

-จากที่พูดไปในข้อดีนั่นก็คือ การดำเนินเรื่องที่ฉับไว ซึ่งมันจะเหมือนดาบสองคมได้ เพราะบางคนที่ไม่ได้ติดตาม MCU มามากนักก็อาจจะงงได้และอาจปรับอารมณ์อะไรต่างๆปรับความเข้าใจไม่ทัน หรือแม้แต่คนที่ติดตาม MCU มาตลอดก็อาจจะงงได้ เพราะอะไร? เพราะว่าปกติแล้ว หนัง Marvel จะไม่ดำเนินเรื่องแบบนี้ คือไม่เชิง ฉับไว หนักแน่น น้อยแต่หนักแบบนี้ ซึ่งอาจทำให้หลายๆคนไม่ชินได้

-ด้วยความฉับไว ของเนื้อเรื่อง อาจทำให้บางช่วงบางฉากไม่สุดสักเท่าไร ไม่ว้าวเท่าไร (คือยังไม่ทันว้าวก็ตัดไปแล้วอะไรประมาณนี้ ) และด้วยเวลาของหนังที่จำกัด บางอย่างก็ขยี้ไม่สุด ไม่อินขนาดนั้น แต่สำหรับบางคนก็อาจจะอินได้ ซึ่งส่วนตัวผมก็อินในหลายๆฉากเลยแหละ และก็เข้าใจเพราะรายละเอียดมันเยอะมากที่จะใส่หมดได้ใน 2 ชม.ครึ่งนี้

————————————————————————————

Starwars นั้นถือว่าเป็นหนังที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลกเยอะมากๆ รวมถึงในประเทศไทยและโดยเฉพาะอเมริกาที่ต้องบอกว่าเป็นฐานที่ใหญ่ที่สุดของเค้าเลย และมีคนดูเยอะมากๆ ทำรายได้ที่นั้นได้เยอะมากเป็นอันดับ 1 ของโลกในหลายๆภาคครับ และในครั้งนี้จะเป็นการปิด ไตรภาค ที่เริ่มโดยภาค 7 ที่ทาง  ‎J. J. Abrams‎  กำกับ และ ต่อเนื่องมาจนถึงภาค 9 คือภาคล่าสุดที่อยู่ในโรงตอนนี้นั้นเอง ซึ่งต้องบอกก่อนตั้งแต่ ภาค ล่าสุด มาถึงภาค 7 นั้นห่างหายไปนานมาก และเป็นการกลับมาที่หลายๆคนรอคอยและได้เสียงตอบรับดีมากจริงๆ และ กำกับโดยทาง  ‎J. J. Abrams‎  นั้นเอง แต่พอมาภาคต่อที่ 8 The Last Jedi นั้นได้มีการเปลี่ยน ผู้กำกับมาเป็นทาง Rian Johnson ซึ่งก็มีเสียงตอบรับแปลกๆด้านแฟนคลับพอสมควรเพราะ ฉีกจาก 7 และ แนวทางของ Star Wars อย่างมากจริงๆ และมีหลายๆคนนั้นไม่ชอบ และพวกนี้มันจึงส่งผลมาถึงตัว Star Wars 9 ที่ทาง  ‎J. J. Abrams‎  กลับมากำกับและเป็นเหมือนการมาสานต่อภาค 8 หรือ หาทางลงให้กับหนังว่าจะเอาแนวไหนยังไง และ มันกลายเป็นการ Play Safe สุดๆของหนังภาคต่อครั้งนี้ และอาจจะทำให้ทาง Disney พยายามเน้นเอาปลอดภัย เอาใจแฟนๆ จนบางทีมันทำให้อะไรหลายๆอย่างพัง และ มีหลายๆจุดที่น่าเสียดายมากจริงๆ ต้องบอกก่อนว่าโดนส่วนตัวนั้นติดตามมาตลอดครับ แต่ภาคนี้โดยรวมนั้น น่าเสียดายและน่าผิดหวังในการเล่าเรื่อง และการปิดไตรภาค ของชุดนี้จริงๆ

เนื้อเรื่องของเรื่องนี้นั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่กับทาง เรย์ และ ไคโร เร็น ครับ จะเน้นหนักกว่าเดิมไปอีกแต่นี้ขนาดเน้นหนักแล้วมันยังทำได้น่าผิดหวังอย่างมาก เนื้อเรื่องในภาคนี้มันกลับไปเฉยแบบสุดๆและเหมือนไม่พยายามฉีกแนวจนมันเหมือนการฉายซ้ำๆไปเปลี่ยนตัวละคร ซึ่งจริงๆในภาค 8 นั้นถือว่าดีมากๆที่กล้าฉีกแนวไปซะที แม้ว่าจะจบแบบไม่สนใจอะไรเกินไปหน่อยก็ตาม แต่พอมาอันนี้มันกลับมาวนเวียนแต่เรื่องราวเดิมๆครับแน่นอนว่ามันเหมือนเป็นปัญหาหนักจริงๆที่จะทำยังไงใหมันต่อกับ 8 ก็แอบเห็นใจพอสมควร แต่พอมาดูหนังมันกลับใช้เวลา 2 ชั่วโมงไปกับอะไรก็ไม่รู้ ที่ไม่มีความสมเหตุสมผล และบางอันก็ใช้เวลาเกินจำเป็นรวมถึงปมอะไรต่างๆ แม้จะได้เฉลยแต่ก็ไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเลย รวมถึงฉากหลายๆอันยัดๆแปะๆเข้ามา เอาใจแฟนๆจนหนังไม่มีความต่อเนื่องหรือเข้ากันได้เท่าไรและแน่นอนว่าเหมือนกับหาทางลงยาก เลยเอาใจแฟนมันไปเลยเต็มที่อะไรอยากเห็นใส่เข้ามาจนมันเกิดเป็นอะไรแบบนี้ครับ หนังเลยไม่ได้มีความเป็นหนังเลยแต่ก็ยังดีว่าจบได้ดีอยู่บ้างในช่วงหลังๆแต่ช่วงต้นยันมาท้ายเรื่องนั้นน่าผิดหวังมากๆ

หนังไม่มีเวลาเลยสำหรับตัวละครแต่ละตัว หนังรีบรัดเกินไปหมด ไม่ทันจะเข้าใจหรือเล่าเรื่องหรืออินก็เปลี่ยนแล้ว เพราะต้องใส่ฉากเอาใจแฟนๆเข้ามานู้นนี้ครับ เท่าที่ดูและรู้สึกแบบนี้จริงๆ แต่ขอไม่โทษ ผกก JJ คนเดียว ครับมันมีผลหลายๆอย่าง ทั้งตัวค่าย Disney เอง การดำเนินเรื่องของภาคที่แล้ว การสานต่อ การคิดภาคจบ มันมีผลกันทั้งหมด ไม่มีใครผิดแบบเต็มๆเพราะมันเหมือนเอาหนังคนละเรื่องมาสานต่อเอาหนังที่ร้าวแตกไปอีกแนวเอามาต่ออีกแนวยังไงก็ไม่ไหลลื่น และความกลัวของค่ายที่ไม่กล้าฉีกแบบเดิมก็ส่งผลทำให้มันออกมาแบบนี้ครับ

นักแสดงในเรื่องนี้อาจจะพูดถึงการแสดงอะไรได้ไม่เยอะเ พราะหนังมันไวและไม่ได้ส่งให้นักแสดง ได้แสดงได้เต็มที่เท่าไรครับ และตัวละครนั้นเยอะมากๆและเหมือนจะจัดการได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลยทำให้นักแสดงเกือบทุกคนไม่ได้แสดงออกมาได้เต็มที่หรือให้เราได้อินไปกับบทนั้นเท่าไรครับ ส่วนตัวนักแสดงหลักๆนั้นที่จะเน้นๆคงจะเป็น ทางของ เรย์ ( เดซี่ ริดลีย์ ) และ ไคโร เร็น ( อดัม ไดรเวอร์ ) ซึ่งแน่นอนว่าบทนั้นจะส่งให้นักแสดงมากกว่าคนอื่นๆแต่ก็ยังถือว่าน้อยและไม่ได้เน้นเท่าที่หวังไว้ มันแลดูบางเบาอ่อนไปมากๆ และการที่นักแสดงเข้ามาเยอะๆแต่จัดการไม่ดีเลยทำให้มันเบาบาง ปลิวๆไปไม่มีน้ำหนักจริงๆ และรวมถึงมิติ ของตัวร้ายที่ไม่ดีเท่าที่ควร และ ไม่น่าจะเป็นแบบนี้ ไม่มีน้ำหนักอะไรเลย และไม่น่าเล่นกับตัวละครนี้มากเท่าไร และการเล่าเรื่อง เหตุผลอะไรของมันนั้นไม่ค่อยมีน้ำหนักจริงๆ จนบางทีอาจจะไม่ต้องใส่ตัวนี้มาก็ได้ไม่ได้มีพลังการแสดงเท่าที่ควรครับ และไม่มีฉากให้จดจำหรือมีอิมแพ็คอะไรเลยหลังจากดูหนังจบแล้วมันแบบว่างเปล่า จบแล้วก็จบไป ไม่มีตัวละครเด่นๆที่ควรค่าแก่การจดจำเลยจริงๆครับ

งานภาพ เรื่องนี้นั้นต้องบอกว่ายังคงเอกลักษณ์ของตระกูลหนังนี้ได้อยู่แน่นอนแหละทาง JJ เค้าเป็นสาวกตัวจริงงานภาพอะไรนั้นไม่มีปัญหาเลยทั้งการเข้าฉาก การถ่ายมุมมองอะไรนั้นมันคือ StarWars เลยจริงๆ ส่วนงานโทนสีอะไรสวยงามเหมือนเดิม และยังคงมีแสงแฟลชอยู่บ้างตามสไตล์พี่เค้า แต่ไม่ได้เยอะเกินจำเป็นแบบเรื่องก่อนๆแล้ว งาน CG นั้นเนียนสมจริงครับ และมิติของภาพนั้นทำได้ดี ทางผมนั้นได้ดูในแบบ IMAX 3D เรื่องของมิติภาพนั้นสวย เน้นความลึกของภาพมากกว่า แต่ไม่มีฉากแบบพุ่งๆ ทะลุจอ หรือ จะเป็นฉากขยายของหนังเลยในโรง IMAX แอบเสียดายนิดหน่อยครับ ในด้านของเพลงประกอบนั้นยังคงทำได้ดีจากทาง  john williams  ที่ทรงพลังและคุ้นเคยกันดีครับเป็นการพัฒนาเสียงให้มันทรงพลังและอิงตามฉากแต่ละฉากของหนังได้ดี แม้จะเป็นซาวด์ที่เราคุ้นเคยกันแต่มีการปรับเปลี่ยนพอสมควรครับ แน่นอนว่ามันส่งผลต่ออารมณ์ของหนังได้ดีและลุ้นไปกับฉากนั้นๆได้ครับ งานภาพและเสียงเรื่องนี้เลยไม่ได้มีจุดให้ติอะไรและยังคงประทับใจได้เสมอครับ

ถ้าในแง่ของความสนุกดูแบบไม่สนใจอะไรมากนัก ความสนุก ตื่นเต้น ว้าวๆ เอาใจคนดู Entertain ของมันแน่นอนว่าดีกว่า ภาค 8 ครับแต่เรื่องของความลงตัวความกล้าฉีกอะไร และแปลกใหม่ของ 8 ยังคงทำได้ดีกว่าสำหรับตัวผมนะ ภาคนี้มันไม่ได้แย่ถ้าคนชอบดูหนัง บันเทิง อะไรทั่วไป แต่พอมันมาเป็นหนัง STARWARS มันกลับทำได้ผิดหวังและไม่ควรใช้ชื่อนี้ในหลายๆอย่าง ความสมเหตุผมของตัวละครและอีกมากมาย แน่นอนแหละว่าเอาใจแฟนๆได้แต่มันกลับกลายเป็นไม่ใช่หนังที่ดีเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นหนังบันเทิง อวกาศที่เล่าเรื่องเร่งๆแต่ก็มีการแทรกแอคชั่น อะไรมาเอาใจ และปิดด้วยที่หลายๆคนน่าจะเดากันได้ มันเลยธรรมดาเกินไปจริงๆและแฟนๆหลายคนอาจจะผิดหวังครับ.

1 2 3 4